วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

Vector Mask

                  เอาแล้ว ตอนนี้มาถึงคำสั่งสำคัญๆขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ คำสั่ง Vector Mask บางคนอาจจะได้ยินคุ้นหูแต่คำว่า Layer Mask แต่ Vector Mask ไม่ค่อยจะคุ้นหู หรือได้ใช้กัน สำหรับมือใหม่ แต่ผมจะขออธิบายให้เห็นภาพชัดๆง่ายๆเลยดีกว่า เอางี้ ถ้าเป็น Layer Mask มันคือ การเอารูปภาพเลเยอร์บนที่เป็นบิตแมท(Raster)ทับบนรูปภาพเลเยอร์ล่าง โดยเลเยอร์บน เอา Mask ปิดทับส่วนที่จะเอาไว้ นอกนั้นส่วนอื่นจะถูกตัดออกหมด ผลก็คือ จะทำให้ เราเห็นส่วนที่ Mask ปิดทับไว้ ทับบนเลเยอร์่ล่าง ซึ่งเท่ากับว่า ส่วนของรูปบนที่ต้องการดู จะซ้อนทับบนส่วนของเลเยอร์ล่าง ดังนั้น Vector Mask ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าในส่วนของเลเยอร์บนนั่น จะใช้ตัว Mask ที่เขียนด้วยเส้น Path(เส้นเวกเตอร์หรือเส้นแบบลายการ์ตูน)ทับบนรูปของเลเยอร์บน(เลเยอร์ที่ 2) นั่นเอง เสมือนการเอารูปเวกเตอร์ตัดทับบนเลเยอร์สอง เพื่อให้ส่วนที่ตัดนั้น มาปรากฏบนเลเยอร์ล่าง นั่นเอง หลักการนี้ มันดีในแง่ เราไม่ต้องวาดภาพ หรือ ไปหาภาพในลักษณะที่ต้องการทั้งหมด แต่เป็นการเอาสองภาพมาตัดแล้วซ้อนทับกัน เพื่อให้เกิดภาพในจินตนาการใหม่ เรามาดูการเขียนด้วย เวกเตอร์มาร์ก กันดีกว่า ทีละขั้นๆ จะได้เข้าใจ
            1.เปิดรูปกังหันเนเธอแลนด์ขึ้นมาซักรูป (เอากุญแจล็อกภาพออกด้วย จะได้ใช้งานได้)


           2.เลือกไปที่ เครื่องมือ Pen Tool แล้วเอาตัวปากกานั่นแหระ มาเขียนเส้นสี่เหลี่ยมรอบรูปใบกังหัน สังเกต มันจะมีเลเยอร์ใหม่อันบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินและรูปสี่เหลี่ยมสีเทาซึ่งภายใน จะมีเส้นสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า แบบเดียวกับที่เราลากเส้น Path บนรูปภาพ (สี่เหลี่ยมสีน้ำเงินที่เกิดขึ้น คือ เมื่อเขียนเส้นPath ตัวโปรแกรมจะเริ่มสร้าง Cover Layer ขึ้นมาทับรูปอันแรก แล้วเอาสีจาก Foreground มาเทลงบนเลเยอร์นี้ เพื่อบังภาพล่างไว้ และ ตามด้วย สี่เหลี่ยมสีเทา ซึ่งคือ สัญญลักษณ์ Vector MAsk นั่นเอง แต่ว่าส่วนที่จะทำการมาร์ก คือ ส่วนสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ที่ถูกเขียนขึ้นในรูป มันจะมาปรากฏในสี่เหลี่ยม Vector Mask ด้วย




           3.ดังนั้น เมื่อเขียนเส้น Path แล้ว เราจะต้องเปิดหน้าต่าง Paths ขึ้นมา โดยไปที่ Window>Paths จะมีหน้าต่าง Paths ปรากฏขึ้นมา


            4.แล้วเราก็เลือกไปที่ Load Path as a Selection ซึ่งอยู่ด้านล่างของหน้าต่าง Paths (ตามในรูป)



           5.หลังจากเลือกคำสั่งนี้แล้ว จะเกิดเส้นประไข่ปลาขึ้นรอบรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าในรูปภาพ ถือเป็นอันว่า เราเลือก Selection ให้กับ Vector Mask แล้ว


           6.จริงๆนี่คือจบขั้นตอนของ Vector Mask ไปแล้ว แต่จะทำให้เห็นว่า ถ้าเลือก Vector Mask เฉพาะส่วนของรูป(ในที่นี้คือ เลือกเป็นส่วนของสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า)แล้ว พอตัดภาพด้วยคำสั่ง Clipping Mask ก็จะได้รูปตามที่เราทำไว้แต่แรกนั่นคือ คำสั่ง Vector Mask ได้ผลจริง



           7.เลือกไปที่คำสั่ง Layer >Create Clipping Mask


           8.เห็นไหม มันจะตัดรูปกังหันออก ตามส่วนของสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ที่เกิดจากการใช้เส้น Paths เขียนไว้ รูปที่เขียนไว้มันจะกลายเป็นภาพเวกเตอร์ ทับบนรูปด้านล่าง ดังนั้นพอใช้คำสั่ง Clippin Mask รูปด้านล่างก็จะุถูกตัดออกด้วยลายเส้นเวกเตอร์ เหลือตามที่เห็นในรูป


            9.แต่ที่นี้ หากเราสร้าง Vector Mask ไว้ เราก็สามารถปิดการใช้งานไปก่อนชั่วคราว ก็ย่อมได้เช่นกัน เรามาดูขั้นตอนการปิด Vector Mask ชั่วคราวกันเลย
       ใช้เม้าท์ไปแตะที่ตัว Vector Mask ที่เป็นสี่เหลี่ยมสีเทานั่นแหระ แล้วคลิ้กขวา จะมีคำสั่ง 3 อัน คือ Disable/Enable Vector Mask(เปิดปิด VectorMask),Delete Vector MAsk(ใช้ลบ)และ Rasterize Vector Mask (ใช้แปลง Vertor Mask ให้กลายเป็นภาพปกติหรือภาพบิตแมทนั่นเอง) ให้เราเลือกที่อันบนสุด คือ Disable Vector Mask


           10.เมื่อปิดแล้ว ภาพที่เป็นสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าในเลเยอร์ Vector Mask จะถูกปิดลง จะเห็นเป็นเลเยอร์ภาพบนที่เป็นสีน้ำเงินแทน แต่จะมีร่องรอยของสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ปรากฏบนลางๆในภาพนี้ด้วย ถือเป็นการปิดเวกเตอร์มาร์กเรียบร้อยแล้ว และในหน้าต่างเลเยอร์ตรงที่เป็นสี่เหลี่ยมสีเทา(Vector Mask)จะมีกากบาทสีแดงทับแทน




           11.งั้นเราก็มาเลือกคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องใน Vector Mask ด้วยละกัน แต่ก่อนอื่น ให้เราเปิด New fill หรือ Adjustment Layer ขึ้นมาก่อน ไว้ประกอบการอธิบายคำสั่งอื่นๆ โดยไปที่รูปวงกลมครึ่งขาวดำ ด้านล่างหน้าต่างเลเยอร์ ซึ่งจะมีหน้าต่างย่อยให้เลือกตัวเลือกขึ้นมา แล้วเราก็เลือก Solid Color(เป็นตัวเลือกให้เลเยอร์ปรับสีสันเป็นสีเดียวตลอด)


            12.เมื่อเลือกตัวเลือก Solid Color จะมีหน้าต่างสี ให้เลือกปรับสี ตามใจชอบ ในที่นี่ลองเลือกสีเขียวดู แล้วกด OK



           13.จะมีอีกหนึ่งเลเยอร์ขึ้นมา ทับบนสุด(ตามรูป)


           14.แล้วเราก็เลือกคำสั่ง Layer > Create Vector Mask จะเห็นมีตัวเลือกย่อยๆ มาให้เลือก 6 อัน คือ Reveal All,Hide All,Current Path,Delete,Disable และ Link



           15.เลือกตัวเลือก Hide All มันจะปิดเลเยอร์ บนสุด(ที่มีแถบสีน้ำเงินคาดในเลเยอร์นั้นๆ) ทำให้เราจะเห็นเลเยอร์ ล่างกับ เลเยอร์ Vector Mask


           16.และถ้าเลือกตัวเลือก Reveal All มันก็จะกลับมาเปิด เลเยอร์บนสุด ทำให้บังอีกสองเลเยอร์ไว้ เห็นแต่สีเขียวทั้งหมด อ่านอย่างนี้แล้ว ลองทำบ่อยๆ แล้วจะทำให้ต่อไปเจองานกราฟฟิคที่มันมาแนวซับซ้อนขึ้น ก็จะรู้สึกว่า เอาเทคนิคการซ้อนหรือปิดภาพต่างๆแบบนี้ไปใช้ได้หมด และสะดวกด้วย


           17.ส่วนตัวเลือกอื่น เช่น Delete คือ ลบเลเยอร์ทิ้งไป แล้วก็ Enable/Disable ก็ใช้สำหรับปิด Mask นั่นๆ โดยมีรูปกากบาทสีแดงขึ้นมาในสี่เหลี่ยมเวกเตอร์มาร์ก ส่วนสำหรับ Link/Unlink จะเห็นว่าเป็นการเปิดปิด ลูกโซ่ ไม่ให้มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน


            พออ่านจบแล้ว จะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้นเยอะ แต่อย่าลืมว่า ถ้าไม่ลองทำบ่อยๆ เทคนิคเหล่านี้ก็จะถูกลืมเลือนไปได้ง่ายๆ ในไม่ช้า เพราะฉะนั้น ถ้าหากจะเข้ามาเ็ป็นนักกราฟฟิคเต็มตัว ยึดเป็นอาชีพเลย จำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจจนลึกซึ้งด้วย มิใช่เพียงเข้าใจเพียงผิวเผินแค่นั้น ฉะนั้น ต้องเอาวิธีนี้ไปฝึกหัดเพิ่มเติมเอง จนคล่องตัว แล้วจะรู้เลยว่า ที่ผมอธิบายมาแต่ละคำสั่งๆ มันมีประโยชน์มากมายแค่ไหน อยากให้ฝึกฝนคำสั่งพวก Mask เยอะๆครับ แล้วจะรู้สึกว่า ผมหวังดีจริงๆ แล้วพบกับคำสั่งถัดไปเลยครับ